วันอังคารที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

รวมข่าวในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาโดยท่านสามารถติดตามดูทีวีออนไลน์ได้แล้วที่นี่





ดูทีวี : หลังจากเมื่อวันที่ 13 ก.ค. เฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า "BooMs P Mill" ได้โพสต์ภาพยุงและสภาพผู้ที่ถูกยุงกัดจนเป็นผื่นแดงลามทั้งขา โดยระบุว่า น้องสาวถูกยุงกัดแพทย์บอกว่าเป็นยุงสายพันธุ์ใหม่ยังไม่มียารักษา โดยกำลังทำการวิจัย ซึ่งภาพดังกล่าวถูกส่งต่อมากมายในโลกออนไลน์เพื่อนเตือนภัย ล่าสุด เจ้าของเฟซบุ๊กดังกล่าว ได้โพสต์ชี้แจงแล้วว่า มีผู้เชี่ยวชาญมาตรวจสอบแล้ว ไม่ใช่ยุงสายพันธุ์ใหม่แต่อย่างใด

"เมื่อสักครู่มีเจ้าหน้าที่จากทางสาธารณสุข และผู้เชียวชาญด้านยุงโดยเฉพาะมาที่บ้านเพื่อดูอาการน้องแล้วค่ะ สรุปแล้วน้องสาวเป็นโรคประมาณว่าเป็นภูมิแพ้ตัวเอง ไม่ได้เป็นโรคติดต่ออะไร ไม่มียุงสายพันธุ์ใหม่ ตอนนี้ที่บ้านโล่งใจมากเพราะกลัวไปต่างๆนานา จากข้อมูลที่ได้รับมาตอนนี้น้องสาวไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแล้วค่ะ"

อย่างไรก็ตาม รายการเรื่องเล่าเช้านี้ได้นำเสนอข่าวว่า กรมควบคุมโรคได้ยืนยันแล้วว่า ไม่มียุงสายพันธุ์ใหม่อย่างที่เป็นข่าวฮือฮา แต่ผู้ป่วยรายดังกล่าวน่าจะมีอาการเส้นเลือดฝอยอักเสบ จึงทำให้ผื่นแดงลุกลามไปทั้งขา โดยอาการเส้นเลือดฝอยอักเสบจะเกิดได้ในผู้ป่วยที่เป็นโรค SLE หรือ โรคแพ้ภูมิคุ้มกันตัวเอง


========================================



เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 13 ก.ค. ผู้สื่อข่าว รายงานว่า ที่วัดทินกรนิมิต อ.เมือง จ.นนทบุรี มารดา และกลุ่มญาติของน้องแก้ม ด.ญ.วัย 13 ปี นักเรียนชั้น ม.2 โรงเรียนสตรีนนทบุรี ได้เคลื่อนศพน้องแก้ม ออกจากศาลาสวดศพ เพื่อนำไปตั้งบนเมรุ เตรียมทำพิธีฌาปนกิจศพ ท่ามกลางประชาชนจำนวนมาก ที่เดินทางมาร่วมไว้อาลัยเป็นครั้งสุดท้าย โดยก่อนพิธีได้มีการแสดงฟันดาบของเด็กนักเรียน และการกล่าวคำอำลาจากรุ่นพี่ เพื่อนๆ โรงเรียนสตรีนนทบุรี เพื่อเป็นการไว้อาลัยครั้งสุดท้าย

นอกจากนี้ทางญาติของน้องแก้มยังได้จัดทำเสื้อยึด "ข่มขืน=ประหาร" จำนวน 90 ตัวๆ ละ 200 บาท จำหน่ายเพื่อนำเงินที่ได้มาทำบุญให้กับน้องแก้ม ซึ่งเสื้อขายหมดภายในไม่ถึงชั่วโมง โดยทางญาติเตรียมทำเสื้อชุดใหม่ โดยรายได้ทั้งหมด จะนำไปทำบุญให้กับน้องแก้มเหยื่อเคราะห์ร้าย

ขณะเดียวกัน บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ดารานักแสดงชื่อดัง และ อดีตนางสาวไทย ก็ได้เดินทางมาร่วมในพิธีงานศพ พร้อมพูดคุยให้กำลังใจกับมารดา และญาติพี่น้องของน้องแก้ม โดยยืนยันจะล่ารายชื่อ เดินหน้าให้มีการแก้กฎหมายข่มขืนต้องถูกลงโทษด้วยการประหารชีวิตสถานเดียว

ผู้สื่อข่าวช่อง 7 รายงานด้วยว่า ในระหว่างพิธีก่อนฌาปนกิจศพ พี่สาวของน้องแก้ม ได้เล่าถึงประวัติน้องแก้ม (นางฟ้าของทุกคน) โดยกล่าวว่า น้องแก้ม เกิดเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2544 มีพี่น้องร่วมสายเลือดเดียวกัน 2 คน โดยน้องแก้ม เป็นบุตรคนที่ 2 หลังจบการศึกษาชั้นป.6 ก็ได้เข้ารับการศึกษาที่โรงเรียนสตรีนนทบุรี ปัจจุบันศึกษาอยู่ชั้น ม.2 น้องแก้มเป็นเด็กที่เรียนหนังสือเก่ง มีความสามารถ กล้าแสดงออก เรียบร้อยน่ารัก เป็นเด็กที่มีความรับผิดชอบ

น้องแก้มชื่นชอบทางด้านนาฏศิลป์ คุณครูจึงได้ส่งเสริมและสนับสนุนให้เข้าร่วมโครงการนาฏศิลป์ของโรงเรียน และได้ร่วมแสดงทุกครั้งที่มีงานของโรงเรียน น้องแก้มเป็นเด็กใจบุญ ไม่ว่าจะเจอสัตว์ชนิดใด น้องแก้มไม่เคยทำร้าย ทางครอบครัวจึงมองว่า น้องแก้มคือ "นางฟ้าตัวน้อย ที่สวรรค์ได้ส่งลงมาช่วยเหลือโลกมนุษย์ ลงมาเปลี่ยนแปลงจิตใจมนุษย์ให้สูงขึ้น ลงมาล้างสิ่งเลวร้ายในโลกมนุษย์ให้หมดสิ้นไป จากนี้ถึงเวลาที่ "น้องแก้ม นางฟ้าตัวน้อย" จะได้ขึ้นกลับไปสู่สรวงสวรรค์"

นอกจากนี้พี่สาวของน้องแก้ม ยังได้เล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับน้องแก้ม ท่ามกลางความเศร้าโศกของกลุ่มญาติ และประชาชนที่มาร่วมงาน บางรายถึงกับหลั่งน้ำตาออกมาโดยไม่รู้ตัวด้วยความเสียใจ โดยเฉพาะกลุ่มเพื่อนๆ ของน้องแก้ม ที่กอดคอพากันร่ำไห้ตลอดเวลา

กระทั่งเวลา 17.00 น. ก่อนจะทำการฌาปนกิจศพ พิธีกรได้ขอให้ผู้ที่มาร่วมงานยืนไว้อาลัยให้กับน้องแก้มเป็นครั้งสุดท้าย

ทั้งนี้ประธานในพิธีประชุมเพลิงฯ มีนางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นประทานทอดผ้ามหาบังสุกุล ร่วมกับ พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร.แห่งชาติ โดยในงานได้มีการแจกหนังสือ พระเครื่อง และกระบอกไฟฉาย ให้กับผู้มาร่วมงานเป็นที่ระลึก สำหรับแขกผู้ใหญ่ ที่มาร่วมงาน อาทิ พล.ต.พลภัทร วรรณภักดิ์ เลขานุการกองทัพบก นายประภัสร์ จงสงวน อดีตผู้ว่าฯ รฟท. เป็นต้น

ก่อนหน้านี้ เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ศาลา 4 มารดา และครอบครัวน้องแก้ม ได้ร่วมกันทำพิธีเลี้ยงพระเพล 9 รูป โดยมี นายประภัสร์ จงสงวน อดีตผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย เข้าร่วมงาน นอกจากนั้นยังมีประชาชนจำนวนมากเข้าร่วมด้วย ก่อนที่ครอบครัวและนายประภัสร์ ได้ร่วมกันกรวดน้ำอุทิศกุศลให้น้องแก้ม

ทั้งนี้น้องแก้มถูกนายวันชัย หรือ เกม แสงขาว อายุ 22 ปี พนักงานปูที่นอน การรถไฟแห่งประเทศไทยละเมิดทางเพศ พร้อมทั้งทำร้ายจนเสียชีวิตก่อนโยนร่างทิ้งจากรถไฟอย่างโหดเหี้ยม เหตุเกิดเมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 8 ก.ค. ที่ผ่านมา


========================================



(13 ก.ค.) พ.ต.ท.อัษกร หมื่นภักดี พงส.ชำนาญการพิเศษ สภ.ปากน้ำหลังสวน อ.หลังสวน จ.ชุมพร รับแจ้งเหตุยิงกัน พื้นที่เทศบาลตำบลปากน้ำหลังสวน พร้อมด้วย พ.ต.อ.สมชาย อิ่มใจ ผกก. พ.ต.ท.ธรรมรัตน์ อินนาปา สว.สส. นำกำลังตำรวจจำนวนหนึ่งรุดที่เกิดเหตุ

ริมถนนในตลาดเทศบาลปากน้ำหลังสวน หน้าไปรษณีย์ปากน้ำหลังสวน ทราบว่า ผู้ที่ถูกยิงชื่อ นายยงยุทธ บุญเกีย อายุ 38 ปี อาชีพเลี้ยงไก่ชน ถูกยิงด้วยกระสุนปืนขนาด 9 มม. จำนวน 3 นัด เข้าที่ชายโครงขวา หน้าอกด้านขวา และกลางหน้าอก กระสุนตัดขั้วหัวใจ เสียชีวิตในเวลาต่อมา และมีผู้ได้รับบาดเจ็บจาก รถ จักรยานยนต์ล้ม ชื่อ นายบุญยง ทวีศักดิ์ อายุ 37 ปี อาชีพรับจ้าง เพื่อนของผู้ตาย และเป็นคนขับรถคันที่ประสบเหตุ

เบื้องต้น ตำรวจสันนิษฐานว่า น่าจะมาจากความขัดแย้งในวงการไก่ชน ในพื้นที่ จ.ชุมพร เนื่องจาก นายยงยุทธ เป็นผู้ที่มีชื่อเสียงในวงการไก่ชน มีชื่อเรียกในวงการว่า "อาจารย์แอ้" มีความสามารถในการเลี้ยงไก่ชน และลูบน้ำไก่ชน จนไก่ชนที่ผ่านมืออาจารย์แอ้ จะชนได้ชัยชนะคู่ต่อสู้เสมอ โดยเฉพาะไก่ชนที่มีราคาเดิมพันสูงนับล้านบาท ที่ "อาจารย์แอ้" เกิดข้อขัดแย้งอย่างรุนแรงกับคนในวงการไก่ชนที่มีอิทธิพล

ติดตามชม ดูทีวี ทีวีออนไลน์ ช่อง 9 เพิ่มเติมได้ที่ http://tv.sanook.com/


========================================




(13 ก.ค.) ผู้สื่อข่าวทีวีออนไลน์ช่อง 5รายงานว่า ภายหลังจากมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ตลอดทั้งวันได้ทำให้ระดับน้ำในลำน้ำหลายสาย โดยเฉพาะจากเทือกเขาดอยนางแล ได้ไหลบ่าเข้าท่วมบ้านเรือนที่อยู่ในที่ลุ่มพื้นที่บ้านห้วยพลูและบ้านถ้ำผาตอง ต.ท่าสุด อ.เมือง จ.เชียงราย มีบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ริมฝั่งลำน้ำและติดถนนพหลโยธินสายเชียงราย-แม่จัน บริเวณหน้ามหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ถูกน้ำท่วมขังประมาณ 50 หลังคาเรือน ระดับน้ำลึกประมาณ 30 ซม. นอกจากนี้ น้ำตามลำน้ำสายต่างๆ ทั้งพื้นที่ ต.บ้านดู่ ต.นางแล ต.ท่าสุด อ.เมือง ก็เพิ่มสูงขึ้นจนล้นตลิ่ง ทำให้ประชาชนต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง เพราะยังมีฝนตกลงมาอยู่ตลอด

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องดังกล่าว ยังทำให้เกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญในฝั่ง จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมาร์ ตั้งอยู่ตรงกันข้าม อ.แม่สาย ห่างจากด่านพรมแดนไทย-เมียนมาร์ เข้าไปประมาณ 2 กิโลเมตร กำแพงวัดตะยะตองที่มีความสูงประมาณ 20 ฟุต รับน้ำหนักดินที่ถล่มลงมาจากภูเขาไม่ไหว ส่งผลให้แนวกำแพงล้มถล่มลงมาทับบ้านเรือนที่อยู่ด้านล่างภายในหมู่บ้านวังกอ ซึ่งมีลักษณะเป็นห้องแถวชั้นเดียวปลูกสร้างบนที่ดิน หลังนายทุนกำลังสั่งถมที่เพื่อเตรียมจัดสรรหมู่บ้านหลังเพิ่งสร้างเสร็จจำนวน 5 ห้อง

เหตุดินถล่มดังกล่าวได้สร้างความเสียหายให้ห้องพักจำนวน 3 ห้อง และมีผู้เสียชีวิตทันที 7 ราย เป็นผู้ชาย 2 ราย ผู้หญิง 2 ราย และเด็ก 3 ราย โดยเจ้าหน้าที่คาดว่าน่าจะเป็น พ่อแม่ลูกกันจำนวน 2 ครอบครัว

ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดท่าขี้เหล็ก นายอำเภอ ทหาร เจ้าหน้าที่ดับเพลิง ได้เข้าช่วยเหลือชาวบ้านเป็นการเร่งด่วนแล้ว พร้อมประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่อาศัยใกล้กับจุดเสี่ยงภัยเฝ้าระวัง และให้คอยติดตามข้อมูลข่าวสารจากทางเจ้าหน้าที่ทางการเมียนมาอย่างใกล้ชิด

ล่าสุด มีเด็กพม่าเสียชีวิตเพิ่มอีก 1 คน รวมผู้เสียชีวิต 8 คน ขณะนี้ ชาวบ้านที่ได้รับบาดเจ็บถูกเจ้าหน้าที่พม่านำตัวส่งโรงพยาบาลท่าขี้เหล็ก


========================================


คลิกที่ภาพเพื่อดูคลิป

ผู้สื่อข่าวทีวีออนไลน์ช่อง 3รายงานว่า (11 ก.ค.) เมื่อเวลา 23.40 น. สภ.เมือง จ.กำแพงเพชร รับแจ้งเหตุวัยรุ่นแทงกันเสียชีวิต ที่หน้าสะดวกซื้อ ปากซอยถนนราชดำเนิน 1 ซอย 15 เยื้องกับ รพ.กำแพงเพชร ต.ในเมือง อ.เมืองกำแพงเพชร ที่เกิดเหตุพบศพ นายธนโชติ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 17 ปี นอนคว่ำหน้าเสียชีวิตอยู่ที่พื้นด้านหน้าร้าน ถูกแทงด้วยของมีคมเข้าที่หน้าอกซ้าย 2 แผล ส่วนผู้ก่อเหตุทราบว่าคือ นายวีนัส ดอนไพวัน อายุ 20 ปี หลังก่อเหตุได้หลบหนีไป

จากการตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่บริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อ พบว่าก่อนเกิดเหตุ นายธนโชติผู้ตายได้ขี่รถ จยย. มากับเพื่อน 2 คน กระทั่งมาพบนายวีนัส ซึ่งเป็นคู่อริที่ประตูทางเข้าสะดวกซื้อ ผู้ตายจึงได้ปรี่เข้าไปชกต่อย และยกเท้าถีบใส่นายวีนัส จนกระเด็นเข้าไปในร้าน แล้วเกิดการต่อสู้กันขึ้น นายวีนัสชักอาวุธมีดที่พกมา แทงใส่ที่หน้าอกซ้ายของผู้ตาย 2 ครั้ง แต่ผู้ตายได้พยายามปัดป้อง และตรงเข้าไปไล่ชกนายวีนัสซ้ำอีก ก่อนที่สักพักผู้ตายจะเซถลาล้มลงเสียชีวิตคาที่


ทั้งนี้ ทางตำรวจจะเร่งติดตามจับกุมตัวนายวีนัส มาสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

========================================



ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก @js100radio

ผู้สื่อข่าวทีวีออนไลน์ช่อง 7รายงานว่า (12 ก.ค.) เมื่อเวลาประมาณ 9.30น. เกิดเหตุระเบิดเสียงดังสนั่น ในตลาดวิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง จุดเกิดเหตุคือที่ร้านขายเครื่องสังฆภัณฑ์ ของนางอัจฉรา กิจเจริญรุ่งโรจน์ เป็นอาคารพาณิชย์ 3 ชั้น 2 คูหา ตั้งอยู่เลขที่ 352-3 หมู่ที่ 6 ต.ศาลเจ้าโรงทอง ตัวอาคารถูกระเบิดเสียหายทั้งหลัง รวมถึงร้านค้าใกล้เคียงจำนวนมากก็ได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะธนาคารธนชาติ สิ่งของภายในร้านกระเด็นออกไปเป็นระยะไกล ขณะที่รถจยย. รถยนต์ที่จอดบริเวณนั้น ได้รับความเสียหายจำนวนหลายคัน ล่าสุด เจ้าหน้าที่หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด(อีโอดี) กำลังตรวจสอบ ยังไม่ยืนยันว่าเกิดจากสาเหตุอะไร จากการสอบถาม ทราบว่าขณะนั้น นางอัจฉรา เพิ่งกลับมาจากการทำบุญและลูก ๆ ยืนขายของอยู่ภายในร้าน เนื่องจากวันนี้เป็นวันเข้าพรรษา มีลูกค้ามาซื้อของจำนวนมาก

ด้าน พ.ต.อ.พีรพันธุ์ จันทร์เทียน ผกก.สภ.วิเศษชัยชาญ เปิดเผยว่า เหตุเกิดประมาณ 08.50 น. เสียงดังคล้ายระเบิด มีผู้บาดเจ็บ 16 คน เจ็บสาหัส จำนวน 6 ราย ทราบชื่อคือ 1. นางอัจฉรา กิจเจริญรุ่งโรจน์ อายุ 68 ปี 2. น.ส.เพ็ชรลดา กิจเจริญรุ่งโรจน์ อายุ 35 ปี 3. ร.อ.จรรยา กิจเจริญรุ่งโรจน์ อายุ 36 ปี 4. น.ส.ฉวีวรรณ กิจเจริญรุ่งโรจน์ 5.นายสันติ กิจเจริญรุ่งโรจน์ 6. นายพงษธร กิจเจริญรุ่งโรจน์ ส่วนที่เหลือบาดเจ็บเล็กน้อย แพทย์ให้กลับบ้านแล้ว


วันพฤหัสบดีที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

รวมข่าวทีวีออนไลน์เกี่ยวกับน้องแก้มและรายละเอียดเกี่ยวกับการทางรถไฟแห่งประเทศไทย



คดีสะเทือนขวัญข่มขืนบนรถไฟ น้องแก้ม ไม่ใช่เหยื่อรายแรก

ภาพจากทวิตเตอร์ของ hhmmmiilkz_

สำหรับคดีสะเทือนขวัญข่มขืนบนรถไฟ ซึ่งน้องแก้ม ไม่ใช่เหยื่อรายแรก ซ้ำรอยปี 2544 ลูกจ้างการรถไฟข่มขืนสาวปริญญาโท 

และถือเป็นคดีสะเทือนขวัญที่ผู้คนในสังคมให้ความสนใจเป็นอย่างมากกับ น้องแก้ม เด็กสาววัย 13 ปี ที่โดนข่มขืนบนรถไฟก่อนจะถูกโยนร่างออกมานอกรถส่งผลให้เด็กสาวเสียชีวิตทันที ฆาตกรไม่ใช่ใครที่ไหนที่แท้เป็นฝีมือของไอ้โหดลูกจ้างของการรถไฟแห่งประเทศไทยนั่นเอง

คำถามทีตามมาก็คือ แล้วผู้โดยสารที่จะเดินทางคนเดียวและเป็นผู้หญิงจะไว้ใครได้อย่างไร หวังจะพึ่งพนักงานให้อุ่นใจจะได้อีกหรือไม่ เพราะสืบเนืองจากคำให้การของฆาตกรที่รับสารภาพว่าคนลงมือว่าก่อนเกิดเหตุได้นั่งกินเหล้าและมีอารมณ์ทางเพศเมื่อเดินเห็น น้องแก้ม เดินอยู่ อีกหนึ่งคำถามที่ตามมาคือ พนักงานที่ขณะปฏิบัติหน้าที่อยู่นั้นทำไมถึงดื่มของมึนเมาได้อย่างไร

และสำหรับ น้องแก้ม ไม่ใช่เหยื่อรายแรกที่ถูกข่มขืนบนรถไฟตู้นอน ย้อนไปเมื่อปี 2544 บนรถไฟขบวนสายสุไหงโกลก-กรุงเทพฯ สาวปริญญาโทเดินทางเพียงลำพังมุ่งหน้ามากรุงเทพฯ ระหว่างทางได้เกิดเหตุร้ายขึ้น เธอถูกไอ้หื่นในคราบของลูกจ้างชั่วคราวการรถไฟฉุดกระชากเธอลงจากเตียง ทำร้ายร่างกายจากนั้นได้ขืนใจเธอแบบที่เหยื่อสาวหมดหนทางสู้ 

จากวันนั้นเหยื่อสาวปริญญาโทสามารถเอาชีวิตรอดมาได้อย่างสะบักสะบอม และเดินหน้าแจ้งความเอาเรื่องอย่างถึงที่สุด ต่อมาผู้ต้องหาอดีตลูกจ้างชั่วคราวของการรถไฟได้ปฎิเสธและให้การว่าหญิงสาวสมยอมเอง แต่ศาลพิเคราะห์แล้วไม่มีทางเป็นไปได้ ซึ่งในปี 2551 ศาลฏีกาได้พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ตัดสินให้จำคุก 9 ปี  

กับสองคดีที่เกิดขึ้นแม้จะต่างเวลา แต่สำหรับสถานที่จุดเกิดเหตุไม่ต่างกัน วันนี้สังคมได้ถามหาความปลอดภัยในการโดยสารรถไฟ โดยเฉพาะรถไฟตู้นอน

ซึ่งจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้คนเกิดความไม่เชื่อมั่นไปโดยปริยาย และต่อจากนี้ประชาชนคงจับตาดูมาตราการใหม่ที่เข้มงวดจากการรถไฟแห่งประเทศไทยว่าจะเด็ดขาดและจริงจังแค่ไหน จะเสือกระดาษหรือไม่??? ประชาชนผู้ใช้บริการต้องเป็นผู้ตัดสินใจเอง ติดตามรับฟังข่าวออนไลน์ที่ ช่อง 7 ได้ทุกเวลา



=======================================


kkk

กลายเป็นเหตุการณ์สลดที่สุดของทุกวันนี้เมื่อ “น้องแก้ม” เด็กน้อยที่ต้องตกเป็นเหยื่อของเดนมนุษย์ บุกเข้าไปข่มขืนถึงที่นอนของน้องบนรถไฟ ซ้ำร้าย จิตใจยังโหดเหี้ยมผลักน้องลงจากรถไฟจนเสียชีวิต

โดยที่เหตุการณ์ครั้งเกิดขึ้นที่รถไฟตู้นอนตู้ที่ 3 ขบวนรถที่ 174 สุราษฎร์ธานี – กรุงเทพฯ  ผลการสอบสวน นายวันชัย แสงขาว อายุ 22 ปี พนักงานบริษัทเอกชนที่รับจ้างทำความสะอาดบนรถไฟขบวนดังกล่าว รับสารภาพว่าได้ข่มขืนน้องแก้ม เนื่องจากเสพยาบ้ามาตั้งแต่ต้นทาง จ.นครศรีธรรมราช และเสพอีกครั้งบนขบวนรถ รวม 2 เม็ด

ในขณะที่เกิดเหตุตนได้ นั่งกินเบียร์กับเพื่อน หลังจากกินเบียร์กับเพื่อนเกิดอาการเมาอย่างหนัก ขณะเดินผ่านโบกี 3 ที่น้องแก้มนอนพักผ่อนอยู่ ได้เกิดอารมณ์ทางเพศ จึงตรงเข้าไปทำร้ายร่างกายและข่มขืนกระทำชำเราจนสำเร็จความใคร่

โดยระหว่างการก่อเหตุได้เปิดหน้าต่างรถไฟเพื่อให้เสียงขบวนรถไฟกลบเสียงภายในโบกี ไม่ให้ผู้โดยสารคนอื่นที่หลับอยู่สงสัย หลังจากนั้น จึงได้โยนร่างของ ด.ญ.กชกร ออกทางหน้าต่าง ขณะรถไฟวิ่งผ่านสถานีวังก์พง ก่อนลงมือทำความสะอาด เก็บเสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัว รวมถึงผ้าปูที่นอนที่เปรอะคราบเลือด โยนทิ้งออกนอกหน้าต่าง

เมื่อได้อ่านมาถึงบรรทัดนี้หลายคนคงสงสัยว่า รถไฟตู้นอนของรถไฟไทย คืออะไร ลองไปทำความรู้จักกัน

การทางรถไฟแห่งประเทศไทย แบ่งลักษณะของรถพ่วงที่ให้บริการเป็น 3 ชั้น  คือ
1. ชั้น 1
2. ชั้น 2
3. ชั้น 3
และยังแบ่งเป็นประเภทย่อยๆอีกคือ รถนั่ง รถนอน และรถปรับอากาศ จะมีข้อมูลดังต่อไปนี้


รถนอนปรับอากาศชั้น 1 (บนอ.ป)

รถนอนปรับอากาศชั้น 1 นั้นจะมีลักษณะห้องโดยสารเป็นห้องๆ ใน 1 ห้องจะเป็นเตียงนอน มีความเป็นส่วนตัวสูง ซึ่งมีรถนอนปรับอากาศชั้น 1 ให้บริการ 2 แบบ คือ


1. รถนอนปรับอากาศชั้น 1 ชนิด 24 ที่นั่ง (บนอ.ป24) รถนอนประเภทนี้ จะแบ่งเป็น 12 ห้อง ใน 1 ห้อง จะมี 2 เตียง เป็นเตียงล่าง 1 เตียง เตียงบน 1 เตียง


2. รถนอนปรับอากาศชั้น 1 ชนิด JR-West (บนอ.ปJR)
รถรุ่นนี้เป็นรถนอนเดิมของ JR-West ประเทศญี่ปุ่น มีขนาดที่ใหญ่และความกว้างค่อนข้างมาก ทำให้ห้องโดยสารมีขนาดใหญ่ตาม ซึ่งมีความแตกต่างกับรุ่นเดิมคือ มีห้องนอน 10 ห้อง ห้องละ 1 เตียงเท่านั้น และห้องที่เป็นเลขคู่กันสามารถเปิดประตูเชื่อมต่อถึงกันได้ด้วย


รถนอนชั้น 2

รถนอนชั้น 2 ที่มีให้บริการในการรถไฟนั้น จะมีอยู่ทั้งสิ้น 6 ประเภท


1. รถนอนชั้น 2 พัดลม (บนท.32)

รถนอนชั้น 2 หรือ รถนอนพัดลมชั้น2ตามชื่อสามัญที่เรียกกันนั้น เป็นการให้บริการลักษณะนั่งกลางวัน นอนกลางคืน การออกแบบรถนั้นตรงกลางจะเป็นทางเดินยาวไปตลอดแนว ส่วนเตียงนอนและที่นั่งนั้นจะอยู่ฝั่งซ้าย และขวาของทางเดินยาวไปตลอดแนว
เก้าอี้นั่งนั้น ในกลางวันจะมีลักษณะคล้ายชั้น 3 คือหันหน้าเข้าหากัน แต่ในเวลากลางคืนนั้น เก้าอี้ทั้ง 2 จะ
จับมาชนกันปรับนั่น ดึงนี่ ก็จะกลายเป็นฐานรองเตียงล่าง แค่ปูฟูก และผ้าปูที่นอน วางหมอนวางผ้าห่มก็จะกลายเป็นเตียงล่างอย่างสมบูรณ์

ส่วนเตียงบนนั้นจะไขออกมา และจัดเตียงให้เรียบร้อย ก็กลายเป็นเตียงบนให้นอนแล้ว

2. รถนอนชั้น 2 ปรับอากาศ ชนิด 32 ที่นั่ง (บนท.ป32)

3. รถนอนชั้น 2 ปรับอากาศ ชนิด 36 ที่นั่ง (บนท.ป36)


4. รถนอนชั้น 2 ปรับอากาศ ชนิด 40 ที่นั่ง รุ่นโตคิว (บนท.ป40)


5. รถนอนชั้น 2 ปรับอากาศ ชนิด 40 ที่นั่ง รุ่นแดวู (บนท.ป40)


6. รถนอนชั้น 2 ปรับอากาศ ชนิด 34/30/26 ที่นั่ง JR-West (บนท.ปJR)


รถนั่งชั้น3 ซึ่งเป็นชั้นที่มีค่าบริการถูกที่สุด บางเส้นทางมีบริการรถไฟฟรีเพื่อประชาชนด้วย 




=======================================


ค้นบ้าน เกม วันชัย น้องชายไม่เชื่อพี่ทำเพียงคนเดียว


ช่อง 3 เมื่อวันที่ 9 ก.ค. 57  ตำรวจกองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี หรือ กก.ดส. นำกำลังเข้าตรวจค้นบ้านพัก ลักษณะเป็นห้องแถวชั้นเดียว เลขที่ 491 ในซอยสามเสน 28 ซอยย่อยองครักษ์ 15 เขตดุสิต ซึ่งเป็นบ้านพักของนายวันชัย แสงขาว ผู้ต้องหาฆ่าข่มขืนน้องแก้มวัย 13 ปี บนรถไฟ เพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติม ทั้งนี้จากการตรวจค้นภายในบ้านพบกระเป๋าเดินทาง 1 ใบ, เสื้อแจ๊กเก็ตและกางเกงบ็อกเซอร์ที่คาดว่านายวันชัยใช้ในวันก่อเหตุ นอกจากนี้พบ คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค อุปกรณ์เสพกัญชา ชุดที่คาดว่าเป็นเครื่องแบบของการรถไฟ 1 ชุด พร้อมรองเท้าคัชชู 2 คู่ รวมทั้งพบสายชาร์จโทรศัพท์ไอโฟน 2 เส้น ซึ่งสงสัยเป็นของน้องแก้ม ที่ผู้ต้องหาขโมยมา

ทางด้าน พลตำรวจตรีฐิติราช หนองหารพิทักษ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยว่าจะนำหลักฐานทั้งหมดส่งเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเพื่อตรวจสอบว่ามีความเกี่ยวข้องกับคดีหรือไม่ โดยเฉพาะหลักฐานสายชาร์จไอโฟนที่อาจเป็นของผู้ตายต้องนำไปให้ญาติตรวจสอบต่อไป เพราะน้องชายผู้ต้องหาให้การไม่ตรงกับผู้ต้องหาว่าเป็นของใคร ส่วนแท็บเล็ตที่หายไป ทราบว่ามีบุคคลที่อ้างว่าเป็นเพื่อนของนายวันชัย นำมามอบให้ตำรวจ สน.นพวงศ์ กำลังเรียกมาสอบสวนในวันนี้

และจากการที่ได้สอบถามน้องชายผู้ต้องหาวัย 18 ปี ระบุว่าบ้านหลังนี้อาศัยอยู่กับพี่ชาย และพ่อแม่มานาน 4-5 ปีแล้ว พร้อมเล่าว่าพี่ชายกลับมาบ้านช่วงเช้าหลังก่อเหตุ โดยไม่พบท่าทีพิรุธและออกจากบ้านไป ก่อนจะทราบข่าวว่าพี่ชายถูกจับกุม ส่วนพฤติกรรมของพี่ชาย เป็นคนเก็บตัวและติดยาเสพติดทั้งยาบ้าและกัญชา มีแฟนสาวทำงานเป็นพนักงานห้าง มักมีปากเสียงทะเลาะกันเรื่องชู้สาว คาดว่าอาจเป็นสาเหตุให้พี่ชายเขียนข้อความตัดพ้อแฟนสาวในเฟซบุ๊ค แต่ไม่ได้เลิกราโดยยังคบหากันอยู่ นอกจากนี้ยืนยันว่าพี่ชายบรรจุเป็นพนักงานการรถไฟมาได้ระยะหนึ่งแล้ว ขณะที่ไม่ทราบพฤติกรรมพี่ชาย ขณะที่อยู่นอกบ้านหรือตอนออกไปทำงาน และส่วนตัวไม่เชื่อว่าพี่ชายจะลงมือก่อเหตุครั้งนี้เพียงคนเดียว


=======================================


คลิปตำรวจตบหัว เกม วันชัย ฆ่าข่มขืนน้องแก้ม


ดูทีวีออนไลน์ ทางผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ในโลกออนไลน์ได้มีการเผยแพร่คลิปวิดิโอ ที่มีชื่อว่า จนท.สอบสวน เม้งแตก ตบกะโหลก "ไอ้เกม" ผู้ต้องหาข่มขื่น "น้องแก้ม" ถูกอัพโลหดโดยคุณ poy oa พร้อมข้อความว่า แทบทิ่มลงพื้น !! จนท.สอบสวน เม้งแตก ตบกะโหลก "ไอ้เกม" ผู้ต้องหาข่มขื่น "น้องแก้ม" โดยในคลิปเป็นเหตุการร์ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ตบกระโหลก นายวันชัย แสงขาว หรือ เกม ผู้หาคดีข่มขืนแล้วฆ่าน้องแก้ม เด็กหญิงวัย 13 ปี บนรถไฟ ซึ่งระหว่างสอบสวนไม่ยอมตอบคำถาม ตีสีหน้ามึนงง โดยชาวเน็ตได้แสดงความคิดเห็นว่ายังน้อยไปไปการเรียกสติผู้ต้องหารายนี้

ในขณะที่ความคืบหน้าล่าสุดของคดี เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา 10 กรกฎาคม 57  พนักงานสอบสวนได้พาตัวนายวันชัย ไปฝากขังพลัดแรกที่ศาลจังหวัดหัวหิน พร้อมทั้งคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์ จึงเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี นอกจากนี้ การสอบสวนยังไม่แล้วเสร็จ จึงต้องรีบคุมตัวที่กองร้อยตำรวจตระเวณชายแดน 1145 อำเภอปราณบุรี เพื่อสอบสวนเพิ่มเติม


=======================================

ผู้ว่าฯ ร.ฟ.ท.ยันไม่ลาออกเหตุน้องแก้ม ขออยู่แก้ปัญหาก่อน



นายประภัสร์ ยันยังจะไม่ลาออก ผู้ว่าฯ ร.ฟ.ท. กรณีน้องแก้มถูกฆ่าโหดบนรถไฟ อาจถูกมองหนีปัญหาขออยู่แก้ไข เร่งปรับปรุงระเบียบโดยสารรถไฟ

โดย นาย ประภัสร์ จงสงวน ตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผยว่า กรณีที่มีกระแสสังคมส่วนหนึ่งเรียกร้องให้ผู้ว่า ร.ฟ.ท. ลาออก เพื่อแสดงความรับผิดชอบ กรณีน้องแก้มถูกฆาตกรรมโหดบนรถไฟนั้น เรื่องนี้หากตนลาออกแล้วจะแก้ปัญหาได้หรือไม่ และอาจถูกมองว่าหนีปัญหา ดังนั้นจะขออยู่เพื่อแก้ไขปัญหาหลังจากนี้ เพื่อจะได้มีคนสั่งการและหามาตรการป้องกัน โดยเฉพาะการเรียกความเชื่อมั่นกลับคืนมา

ทั้งนี้ นายประภัสร์ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า อันดับแรกจะต้องดูแลเรื่องความปลอดภัยของผู้โดยสาร โดยเฉพาะผู้โดยสารที่เป็นเด็กและผู้หญิง เป็นไปได้ว่าจะจัดทำขบวนรถสำหรับผู้หญิงหรือเลดี้โบกี้ เพื่อเป็นทางเลือกตามความสมัครใจ แม้จะไม่มีผู้สนใจ แต่ ร.ฟ.ท. ก็ต้องจัดการให้มี
ขณะเดียวกัน ได้ให้ฝ่ายอาณาบาล (ฝ่ายกฎหมาย) พิจารณาจัดทำร่างเพื่อออกประกาศห้ามจำหน่ายสุราบนตู้โดยสารของรถไฟและผู้โดยสารหากพกพามาเองก็ห้ามนำมาดื่มบนขบวนรถด้วยจะเร่งออกประกาศให้มีผลบังคับใช้โดยเร็วที่สุดเพราะเป็นอำนาจ ร.ฟ.ท. เอง

=======================================



หลักฐานชี้ “วันชัย แสงขาว“ ผ่านคัดเลือกเป็นลูกจ้างเฉพาะงาน ร.ฟ.ท.


เมื่อวันที่ 8 ที่ผ่านมาได้พบหลักฐานว่า นายวันชัย แสงขาว ผู้ต้องหาคดีฆ่า เด็กหญิงอายุ 13 ปี ผ่านการคัดเลือกเป็นลูกจ้างเฉพาะงานของ ร.ฟ.ท.ในวันที่ 10 -13 มิ.ย.2557 ที่ผ่านมา

8 กรกฎาคม 2557  จากกรณีที่ นายประภัสร์ จงสงวน ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย หรือ ร.ฟ.ท. ระบุว่า นายวันชัย แสงขาว ผู้ต้องหาก่อเหตุทำร้ายร่างกาย ด.ญ.วัย 13 ปี จนเสียชีวิตขณะเดินทางด้วยรถไฟตู้นอนขบวนสุราษฎร์ธานี - กรุงเทพฯ เป็น "พนักงานบริษัทเอกชน" ที่รับจ้างทำความสะอาดบนรถไฟ ซึ่งไม่ใช่พนักงานของ ร.ฟ.ท. 

ทางทีมข่าวเว็บไซต์ไทยพีบีเอส ตรวจสอบข้อมูลดังกล่าว จากเว็บไซต์ ฝ่ายการเดินรถ การรถไฟแห่งประเทศไทย http://www.trafficsrt.com/home/u_news_detail.php?id=43 ติดตามข่าว ดูทีวี ช่อง 3 ช่อง 5 ช่อง 7 ช่อง 9 เพิ่มเติมได้ที่  http://tv.sanook.com/

และได้พบว่ากองโดยสารฝ่ายการเดินรถ ได้ออกประกาศ เรื่อง ผลการคัดเลือกเป็นลูกจ้างเฉพาะงานการรถไฟแห่งประเทศไทย พบว่าผลการคัดเลือกลูกจ้างเฉพาะงาน จำนวน 90 คน เมื่อวันที่ 10 - 13 มิ.ย.2557 พบว่า มีชื่อของนายวันชัย แสงขาว ผ่านการคัดเลือกดังกล่าว ในลำดับที่ 43 หมายเลข 164


วันจันทร์ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

รวมละครทีวีเรื่องย่อละครที่คุณชื่นชอบใหม่ๆ!!สดๆ!!





ฟินตัวแตก! ฉากแซบ แมท-โฬม



ดูทีวีออนไลน์ : เล่นน้ำฟรุ้งฟริ้ง ใน รักนี้เจ้จัดให้

เตรียมผ้าห่ม เตรียมหมอน ไว้กัดแก้เขินได้เลย วันนี้จะพาไปดูภาพเบื้องหลังละคร รักนี้เจ้จัดให้ เรียกว่าเป็นการคลายร้อนไปในตัว เพราะจะเป็นฉากที่พระเอก โฬม พัชฎะ ซึ่งรับบทเป็น พอล ช่างภาพหนุ่ม น้องชายฝาแฝดของ พีท นักแสดงหนุ่ม แต่มีรสนิยมทางเพศ แบบชอบไม้ป่าเดียวกัน และตอนนี้พีทกำลังป่วยนอนอยู่โรงพยาบาล จึงไม่สามารถทำงานในอาชีพนักแสดงได้ น้องชายอย่างพอล เลยต้องปลอมตัวเป็นพีทที่สำคัญ เข้ามาอยู่ในบ้านเพื่อนสาวของพีท อย่าง แมท ภีรนีย์ (ลูกจัน) อีกด้วย แมทเข้าใจว่า โฬมนั้นเป็นเพื่อนสาว ที่เคยอยู่บ้านเดียวกัน ไม่รู้เลยว่าโฬมที่เห็นอยู่นั้น เป็นช่างภาพหนุ่ม น้องชายฝาแฝด ที่เป็นผู้ชายเต็มตัว โฬมนั้นก็แอบชอบแมทมานานแล้ว ด้วยความใกล้ชิดที่ทั้งสองอยู่ด้วยกัน แต่แมทไม่รู้ตัวเลย ฉากนี้ทั้งคู่จะต้องเล่นน้ำด้วยกัน ความใกล้ชิด บวกกับความเป็นธรรมชาติ แบบเซ็กซี่ของสาวแมท ทำให้หัวใจโฬมแทบสลาย เก็บอาการแทบไม่อยู่เลยทีเดียว







ฉากนี้ไปถ่ายทำกันที่บ้านของทั้งสองคนในเรื่องที่อาศัยอยู่ด้วยกัน ย่านซอยวัชรพล ทั้งคู่ต้องลงไปเล่นน้ำตั้งแต่เช้าถึงเย็นโดยมีแมทเป็นคนหาเกมส์สนุกๆ มาเล่นในสระน้ำ แข่งกับโฬม ชูทลูกบอล เข้าห่วงให้ได้ อีกทั้งยังมีการขี่คอว่ายน้ำ นอนบนแพยาง ลอยอยู่ในสระ เรียกว่า เป็นการถ่ายทำที่นักแสดง ดูจะสนุกสนาน สมจริงมากที่สุดฉากหนึ่ง
     
        เนื่องจากช่วยที่มีการถ่ายทำน้ั้น เป็นช่วงหน้าร้อน ทำให้ทั้งสองคนคือ โฬมและแมท อยากเล่นน้ำอยู่แล้ว พอได้เข้าฉากก็สมใจสุด ๆ กระโดดน้ำ ว่ายน้ำกันอย่างสนุกสนาน ลอยคอกันตั้งแต่เช้า จนเกือบบ่ายสามโมงเย็น ทำเอาทั้งคู่เหนื่อยไปตาม ๆ กัน แต่รับรองว่า ได้ภาพสวยงาม มาฝากท่านผู้ชมแน่นอน 







จะฟินมุ้งมิ้งกันแค่ไหน ติดตามได้ รักนี้เจ้จัดให้ ออกอากาศทุกวัน ศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ เวลา 20.30 น. ทางช่อง 3 และฉากนี้ออกอากาศคืนนี้นะ! อย่าเผลอไปดูวันอื่นล่ะ!




========================================

ฮอตข้ามชาติ! 10 อันดับ นักแสดงชายไทย ขวัญใจสาวฮ่องกง!



เรียกได้ว่าเป็นขวัญใจสาวหมวยฮ่องกงไปแล้วกับบรรดาเหล่านักแสดงไทยทั้งหลาย เพราะตั้งแต่มีละครไทยบ้านเราเริ่มโด่งดังในต่างแดน พระเอก-นางเอกชาวไทยทั้งหลาย ก็เหมือนได้โกอินเตอร์กลายๆ เป็นที่รู้จักของต่างชาติมากขึ้น ยิ่งเฉพาะกับสาวจีน สาวหมวยแล้วล่ะก็... ถึงขั้นคลั่งไคล้ ไม่ต่างจากแฟนๆบ้านเราที่ชื่นชอบซีรีส์เกาหลี-ญี่ปุ่น เลยล่ะจ้า

โดยมีการโหวตความฮอตฮิตยอดนิยมนักแสดงชายไทยจากสาวๆฮ่องกงออกมา (Top 10 most popular Thai actor) เราไปดูกันเลยสิว่า... พระเอกหนุ่มคนไหน ครองใจสาวๆฮ่องกงกันบ้าง 

10 อันดับ นักแสดงชายไทย ที่สาวฮ่องกงชอบมากที่สุด!!


อันดับที่ 1. มาริโอ้ เมาเร่อ



อันดับ 2 พอร์ช ศรัณย์



อันดับ 3 บอย ปกรณ์




อันดับ 4 ณเดชน์ คูกิมิยะ



อันดับ 5 เคน ภูภูมิ



อันดับ 6 หมาก ปริญ




อันดับ 7 เป้ อารักษ์




อันดับ 8 ป้อง ณวัฒน์




อันดับ 9 โป๊ป ธนวรรธน์




อันดับ 10 เก้า จิรายุ




========================================


บทนักร้องทำ “แซมมี่” สวยแซ่บเซ็กซี่เกินเหตุ


ถูกจับตีตราจองใน “เพลงรักผาปืนแตก”


เป็นละครเพลงบู๊ดราม่า (Musicle Action Drama) ฟอร์มยักษ์อีกเรื่องของวิกหมอชิตสำหรับละคร “เพลงรักผาปืนแตก” โดยค่าย พอดีคำ และได้ผู้กำกับมากฝีมือ หน่อย สยาม น่วมเศรษฐี มีพระนาง พอร์ช ศรัณย์ ศิริลักษณ์ กับ แซมมี่ ดลลชา ภูวิจารย์ เคาวเวลล์ มาประกบคู่กันครั้งแรก และยังมีอีกคู่เด่น เอกรังสิโรจน์ พันธุ์เพ็ง กับ แก้ม กวินตรา โพธิจักร ร่วมกับนักแสดงอีกคับคั่ง

“เพลงรักผาปืนแตก” เป็นละครบู๊ระเบิดกันสนั่นจอ ดราม่าเข้มข้น ร้องเพลงมีแทรกมาให้ผู้ชมฟังสนุกสนานเพลิดเพลินเป็นระยะ เลิฟซีนกระจาย เสื้อผ้าก็แฟชั่นย้อนยุคสีสันจัดจ้าน เรียกว่าเป็นละครเข้มข้นจี๊ดจ๊าดครบทุกรสจริงๆ 






“แซมมี่” ในบท “วัลภา” ลูกสาวลำดวน(พาเมล่า บาวเด้นส์)ที่เกิดมาโดยไม่รู้ว่าใครเป็นพ่อ อยู่กับแม่ที่เป็นนักร้องในผับคอยจับผู้ชายรวยๆ วัลภาโตมาก็กลายมาเป็นนักร้องในผับเหมือนแม่แต่ไม่เคยชอบการจับผู้ชายของแม่ วัลภาเลยขึ้นร้องเพลงแล้วเต้นท่าเซ็กซี่ยั่วโมโหแม่ แต่ดันไปถูกใจพวกนักเลงแมงดาแก็งค์ผีเสื้อราตรีที่คอยจับหญิงสาวหน้าตาดีไปตีตรารูปผีเสื้อและส่งไปขายตัวในซ่อง ความเซ็กซี่ของวัลภาตอนร้องเพลงเป็นเหตุทำให้เธอถูกจับไปตีตรารูปผีเสื้อเตรียมส่งขายซ่อง

เป็นสองฉากสองเหตุการณ์ต่อเนื่องที่ทีมงานใช้สถานที่ถ่ายทำสองจุด 

         เริ่มที่จุดที่สองถ่ายทำกันที่ผับในโรงแรมเก่าย่านสะพานควายที่การตกแต่งยังดูเป็นสไตล์โบราณ แซมมี่อยู่ในชุดนักร้องสวยหรูดูดีสีสันจัดเต็มหน้าผมพร้อมขึ้นเวที แต่ผู้กำกับขอให้ซ้อมร้องพร้อมเต้นกับแดนเซอร์สาวและคนออกแบบท่าเต้นก่อน เพื่อความสวยหรูและดูเซ็กซี่กระแทกตาแก็งค์ผู้ร้ายสุดๆ คนออกแบบท่าเลยจัดเต็มให้ แซมมี่ก็บอกเลยหนูสามารถจัดมาหนูก็จัดไปใส่ความเซ็กซี่เต็มเหนี่ยว ผู้กำกับหน่อยชอบใจตอนถ่ายจริงขอให้แซมมี่ใส่จริตที่หน้าและแววตาเพิ่มเข้าไปอีก 

       งานนี้ผู้กำกับขอมาแซมมีก็จัดให้จ้า...แบบว่าชอบเลย ถ่ายจริงเสียงเพลงเริ่มขึ้นแซมมี่หันหลังโพสต์สวยรออยู่แล้ว พอได้จังหวะก็หันมาจับไมค์ร้องเต้นเล่นหูเล่นตาใส่จริตจัดเต็ม เป็นฉากเปิดตัวนางเอกที่สวยเปรี้ยวเฉี่ยวมากทีเดียว ผู้กำกับขอให้แซมมีจัดให้สามเทคเพื่อจัดเก็บภาพใกล้ไกลและเจาะสีหน้าแววตาเป็นอันผ่านไปได้อย่างสวยงามด้วยความภาคภูมิใจของนักแสดง คนออกแบบท่าเต้น





ส่วนซีนต่อเนื่องอีกซีนซึ่งถ่ายกันละสถานที่และคนละวัน เป็นซีนที่วัลภาโดนจับตัวไปขังรวมกับสาวๆที่แก็งค์ผีเสื้อราตรีที่จับมารอตีตรารูปผีเสื้อก่อนนำไปขายที่ซ่อง ซีนนี้ถ่ายทำกันที่บ้านไม้เก่าย่านลำลูกกา แซมมี่อยู่ในชุดเดียวกันกับที่ร้องเพลง ซีนนี้ทีมฉากจัดบรรยากาศให้ดูเก่าๆ โทรมๆ อับน่ากลัว และมีแต่เสียงกรีดร้อง ร้องไห้คร่ำครวญด้วยความกลัวของสาวๆ ที่มาร่วมเข้าฉาก และเสียงขู่กรรโชกของบรรดานักเลงที่กำลังเอาเหล็กประทับตรารูปผีเสื้อเผาไฟ เพื่อใช้เหล็กร้อนๆแปะเข้าไปที่เนื้อสดๆที่สะโพกของสาวๆที่จับมา แซมมี่อยู่ในฉากที่กำลังถูกพวกนักเลงจับตัวอยู่เพื่อรอคิวประทับตราเป็นคนต่อไป
 
        เป็นฉากที่ดูโหดร้ายตรงกันข้ามมากกับซีนแรกที่ร้องเพลงอยู่ในผับ เริ่มถ่ายจริงแซมมี่ในบทวัลภาถูกฉุดกระชากและพยายามดิ้นหนี ขณะที่คนที่ถูกเหล็กนาบไฟก็ร้องโหยหวนอยู่บนเตียงและถูกกระชากออก วัลภาถูกลากไปนอนคว่ำบนเตียงและถูกเหล็กนาบไฟตีตราที่สะโพก ผู้กำกับสั่งคัทที่ท่าง้างมือจะนาบไฟของนักเลง และขอให้นักแสดงคนอื่นและทีมงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับฉากนี้ออกไปก่อนเพื่อขอถ่ายทำเจาะภาพที่เหล็กนาบสะโพกแซมมี่ เพราะต้องขอให้แซมมี่ดันชุดลงมาต่ำเปลื่อยหลังเห็นสะโพกช่วงบนและใช้มือชายไม่จริงหญิงไม่แท้ของช่างทำผมมาเป็นแสตนด์อินมือจับด้ามเหล็กที่สมมติว่าเผาไฟจนร้อนลงบนสะโพกแซมมี่ และพอจบถ่ายเจาะช่วงโดนเหล็กนาบไฟตีตราเสร็จ 

       แซมมี่ต้องมานั้งให้ทีมเสื้อผ้าและทีมอาร์ตก็เข้ามาจัดการประดิษฐ์รอยเหล็กนาบไฟประทับตรารูปผีเสื้อที่สะโพก และเข้าไปถ่ายทำต่อซีนที่แซมมี่นอนคว่ำเปลือยหลังร้องไห้อยู่บนเตียงหลังโดนตีตรา ซีนร้องไห้กลายเป็นซีนหินยากมากสำหรับแซมมี่ ต้องขอเวลาผู้กำกับนอนเงียบทำสมาธิเรียกน้ำตาอยู่พักใหญ่ พอน้ำตามาพร้อม แซมมี่ให้สัญญาณมือ ผู้กำกับสั่งอัดเทปถ่ายทำจริงเลยทันที แซมมีนอนร้องไห้ตาแดงน้ำตาซึมไหลไม่คาดสาย ผู้กำกับสั่งเก็บภาพสวยไว้ทุกมุมแล้วถึงสั่งคัท 

เป็นฉากเปิดตัวนางเอก “แซมมี่ ดลลชา ภูวิจารย์ เคาวเวลล์” กับบท “วัลภา” ในละคร “เพลงรักผาปืนแตก” ที่ครบรสตามคอนเซ็ปต์ละครจริงๆ มีทั้งเพลง ดราม่า และเอ็คชั่น มาฝากผู้ชม ติดตามชมฉากนี้กันได้ในละคร “เพลงรักผาปืนแตก” ที่จะออกอากาศให้ได้ชมกันตอนแรกในคืนวันศุกร์ที่ 4 กรกฎาคมนี้ เวลา 20.20 น. ทางช่อง 7


========================================

เผยปมปิดฉาก! เรือนริษยา เข้มข้นดราม่ากระจาย!




อุตส่าห์ติดตามความเข้มข้นของละครเรือนริษยากันมาตลอด วันนี้ก็ถึงฉากจบของละครเรื่องนี้ ที่ต้องลาจอกันแล้ว หลังจากผ่านเรื่องราวร้าย ๆ กันมามากมาย ความจริงก็เปิดเผยว่า คนที่ น้ำตาล พิจักขณา(นันทนัช) รักที่สุดนั้น ก็คือคนที่วางแผนทำให้พ่อของเธอตาย ซ้ำยังส่งคนมาฆ่าเธออีก จะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจาก ปูเป้ รามาวดี(ทิพย์) คนที่เลี้ยงดูเธอมาเสมือนแม่อีกคนหนึ่งนั่นเอง

        ทำให้น้ำตาลเสียใจมาก ตัดสินใจไปเรียนต่อเมืองนอก ซ้ำยังเข้าใจผิดคิดว่าปอ ทฤษฎี(กฤตพนธ์) ไปรักกับ เบสท์ ชนิดาภา(กิ๊บ กนกกร) แต่ก่อนที่เหตุการณ์จะเลวร้ายไปกว่านั้น เบสท์ ก็เข้ามาขอโทษกับน้ำตาลในทุกสิ่ง และบอกว่า คนที่ปอ รัก เสมอมาคือน้ำตาล ไม่ใช่ตนเอง เบสท์บอกว่า จะกลับไปเรียนต่อเมืองนอก น้ำตาลจึงเลิก เสียใจ น้อยใจในตัวของปอ ทฤษฎี เมื่อทั้งสองปรับความเข้าใจกัน และเบสท์จากไปแล้ว ปอจึงเดินเข้ามาสารภาพรักกับน้ำตาล และขอร้องให้เธออยู่กับเขา อย่าจากไปไหนอีก เขาจะขอปกป้องน้ำตาลตลอดไป อยู่ที่เรือนรัตนะนี้ด้วยกัน 





             ฉากที่ไปถ่าย่ทำกันที่สตูดิโอ ย่านถนน 345 เซ็ทให้เป็นโถงบันไดของบ้านให้ดูสมจริง เรียกว่าเป็นฉากส่งท้ายที่หวานกันสุด ๆ เลยทีเดียว และมีความเศร้าของละครเรื่องนี้ปะปนอยู่ด้วย เมื่อทุกอย่างเปิดเผย ทำให้น้ำตาลรู้สึกว่าไม่เหลือใครอยู่เคียงข้าง เพราะทุกคน ต่างก็ไปรับกรรมที่ตัวเองก่อไว้กันหมด น้ำตาลจึงรู้สึกโดดเดี่ยวไม่น้อย ท้ายที่สุดเมื่อปอ ก้าวเข้ามาบอกรักกับเธอ ทำให้น้ำตาลมีกำลังใจอยู่บ้าง เป็นฉากรักส่งท้ายที่เคล้าไปด้วยคราบน้ำตา เรียกว่าทั้งคู่พยายามตั้งสมาธิให้ดี เพื่อจะได้ถ่ายทอดฉากรักส่งท้ายให้สวยงามที่สุด แต่ปอก็ยังไม่วายแกล้งตะโกนใส่หูน้ำตาล แบบเสียงดังลั่น บอกรักเธอ ทำให้น้ำตาลไม่ทันตั้งตัว ตกใจหัวเราะออกมาอีก ทำให้ต้องถ่ายทำกันใหม่ เรียกว่ามีโอกาสเมื่อไหร่ ปอเป็นต้องแกล้งน้ำตาลทันที 



         ฉากวันส่งท้ายของทั้งคู่ก็อาจจะมีแบบประเภทเรียกรอยยิ้มกันได้บ้าง ไม่ได้หวานจนเลี่ยน ส่งท้ายละครเรื่องนี้กันแบบเสร็จสมบูรณ์ สร้างความประทับใจให้กับท่านผู้ชมไปอีกนาน แล้วพบกันใหม่ โอกาสหน้า ขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูง ที่ติดตามชมกันมาจนถึงตอนสุดท้ายของเรื่อง

ติดตามชม ทีวีออนไลน์ ดูทีวี ทีวีออนไลน์ช่อง 3 เพิ่มเติมได้ที่

http://tv.sanook.com/


วันพุธที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

รวมข่าวละคร,เรื่องย่อละคร,ดูทีวีออนไลน์ในรอบสัปห์ดาห์ที่ผ่านมา





ปัดฝุ่นละครดราม่าเรื่องแรกของนางเอก แอน ทองประสม

เป็นละครที่น่าชมอีกเรื่องหนึ่ง สำหรับ เจ้าจอม หนึ่งในผลงานการผลิตของ บริษัทไฟว์สตาร์ โปรดักชั่น จำกัด ที่พร้อมลงจอฉายอีกครั้งทาง ช่อง 13 Family นำแสดงโดยเจ้าหญิงแห่งวงการบันเทิงอย่าง แอน ทองประสม ละครเรื่องต้นๆ ของนางเอกสาวที่โด่งดังจากจอเงินสู่จอแก้ว รับบท จอม หญิงสาวสู้ชีวิต ปากกัดตีนถีบเพื่อหาเลี้ยงครอบครัว ประกบคู่พระเอกมาดเข้ม จักรกฤษณ์ อำมะรัตน์ ในบท แรก ชายหนุ่มผู้มีพระคุณช่วยเหลือ จอม จากชีวิตอันแสนรันทด ของหญิงสาวจากความสงสารจนกลายเป็นความรัก ร่วมด้วยนักแสดงมากฝีมืออาทิ นิสา วงศ์วัฒน์, กรรชัย กำเนิดพลอย, รอน บรรจงสร้าง, พิศมัย วิไลศักดิ์, ทัศวรรณ เสนีย์วงศ์ และนักแสดงสบทบอีกมากมาย




เจ้าจอม ละครดราม่า เรียกน้ำตา เรื่องราวเกี่ยวกับ จอม หญิงสาวสู้ชีวิต ปากกัดตีนถีบเพื่อหาเลี้ยงครอบครัว เหมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัด จอม โดนแม่ของตนเองหลอกไปขายซ่องแต่ก็หนีออกมาได้ และการหนีครั้งนี้ได้เปลี่ยนชีวิตของหญิงสาว เมื่อได้พบกับ แรก ที่พาจอมเข้าไปอยู่ในบ้านธรรมสถิต ในฐานะน้องชายของเค้าเพื่อดูแลคุณปู่เทพ หลังจากที่แรกไปเรียนต่อเมืองนอก จอมต้องเผชิญกับชะตาที่หน้าสงสารโดนกลั่นแกล้งจากแม่ของแรกจนในที่สุดจอมก็ออกจากบ้านธรรมสถิตไป เมื่อแรกเรียนจบกลับมาได้เจอ ดุจฤดี น้องสาวของ ดล เพื่อนสนิทของเขาที่หน้าเหมือนจอม เหมือนเป็นคนเดียวกัน และยิ่งได้รู้ว่าสาวเจ้ากำลังจะแต่งานกับคนอื่นยิ่งทำให้แรกรู้สึกสับสนในใจไม่อยากให้ ดุจฤดี แต่งงาน ติดตามกันต่อไปว่าเรื่องราว ความรักของแรกและจอม จะลงเอยอย่างไร







ติดตามเรื่องราวความรักของทั้งคู่ว่าจะลงเอยอย่างไร กับ ละคร เจ้าจอม ทุกวัน ทุกวันเสาร์ – อาทิตย์ เวลา 22.30 - 23.30 น. ทางช่อง 13 Family เริ่มออกอากาศ 5 กรกฎาคม 2557

ตัวอย่าง ละคร เจ้าจอม 






===========================================




เรื่องย่อละคร หัวใจเถื่อน ตอนที่ 3 (2 ก.ค. 2557)


ในงานเลี้ยงต้อนรับวาริน ทุกคนตะลึงกับ ราช (อรรคพันธ์ นะมาตร์) ที่มาในมาดใหม่หล่อใส ราชรีบเดินไปรวมกลุ่มกับอนุ (สิทธิพันธ์ กลมเกลี้ยง) และ การัณย์ (พศิน ศรีธรรม) ราชพาหนุ่มๆ ไปรู้จัก นิลรัตน์ (ภานรินทร์ ชุ่มมะโน) พึงใจ (กชกร ส่งแสงเติม) อมาวสี (อุษามณี ไวทยานนท์) อย่างเป็นทางการ วัชรี (ศรัญญ่า ชุณหศาสตร์) และวาริน (ชวัลนันท์ จันทร์ทรัพย์) เต้นรำเปิดฟลอร์เป็นคู่แรก ก่อนจะเปลี่ยนคู่เต้นรำ โดยที่วารินเต้นรำกับอมาวสี อนุเต้นรำกับนิลรัตน์ การัณย์จับคู่อยู่กับพึงใจ และราชเต้นรำอยู่กับวัชรี อมาวสีเบื่อท่าทีเฉยชาของราชเลยหลบออกมาอยู่คนเดียว ราชตามมาปะทะคารมจนอมาวสีโมโหจะตบหน้าราช แต่ราชหลบได้ทัน


ภากร (พิชยดนย์ พึ่งพันธ์) มารับอมาวสี ภากรโมโหที่อมาวสีไม่สนใจเขา เลยเลี้ยวรถเข้าข้างทางหวังลวนลาม ราชตามเข้ามาช่วยต่อยภากรจนล้ม และไปส่งอมาวสีที่บ้าน ราชส่งอีเมล์ความเคลื่อนไหวให้ ลุงรักษ์ (พิพัฒน์พล โกมารทัต) ได้รับรู้ว่าอมาวสีไม่ได้รักภากร ทั้งหมดเป็นไปตามแผน ราชอยากให้ภากรได้พบความผิดหวังเหมือนเขาบ้าง


ชอบ (มรกต โกมลบุตร) พานักลงทุนมาพบ ท่านกวี (สุรวุฑ ไหมกัน) พูดคุยธุรกิจขายยาแก้ภูมิแพ้ คุณหญิงอำภา (พิมพรรณ ชลายนคุปต์) ชวน นมพริ้ง (วาสนา สิทธิเวช) ไปดูบ้านแก้ว เรื่องราวในอดีตผุดขึ้นมาอีกครั้ง ภากรกับ สีไพร (จุฑามาศ มันตะลัมพะ) นั่งเล่นกันอยู่ที่สวนสาธารณะ ภากรได้เจอกับ สายบัว (กัญญกร พินิจ) สายบัวยั่วยวนภากรอย่างเห็นได้ชัด จอน (อรุชา โตสวัสดิ์) เปิดบ่อนการพนัน ให้สายบัวเป็นนกต่อหาเหยื่อเข้ามาเล่นการพนัน จอนเปลี่ยนชื่อให้สายบัวเป็นจูดี้ เขาเองเปลี่ยนชื่อเป็นมิสเตอร์จอน เหยื่อรายแรกของสายบัวก็คือภากร!


ราชไปเดินห้างกับ ชิดชไม (นิชานันท์ ฝั้นแก้ว) ได้เจอ มรว. หญิงทิพย์สุดา (ฐรินดา กรรณสูต) โดยบังเอิญ มรว.หญิงทิพย์สุดาให้นิลรัตน์หลานสาวสืบเรื่องราวของราช เพราะราชหน้าเหมือนท่านชายคฑาเทพ สี่สาว วัชรี พึงใจ นิลรัตน์ และ อมาวสี สืบเรื่องราวของราช และนำข้อมูลไปบอก มรว.หญิงทิพย์สุดา อมาวสีหรืออ้อบอกนมพริ้งว่านายราชไม่น่าจะใช่พี่ภาคย์ แต่นมพริ้งยังไม่ปักใจเชื่อ นมพริ้งพูดถึงบ้านแก้วว่าจะตกเป็นของราช อมาวสีครุ่นคิดจะทำอะไรบางอย่าง...


Teaser หัวใจเถื่อน




==========================================




จูบไม่มี...แต่ท่ากับสายตาอีโรติกสุดๆ 

ดูทีวีออนไลน์ออกอากาศให้ได้ชมและฟินกันไปแล้วสำหรับละครของพระนางคู่จิ้น "ขวัญ อุษามณี ไวทยานนท์" และ "อ๋อม อรรคพันธ์ นะมาตร์" กับบทบาท น้องอ้อ อมาวสี ศศิน กับ ราช รัชภูมิ ในละครคุณภาพเรื่อง "หัวใจเถื่อน" ละครที่มีครบทุกรสชาติ ทั้งพ่อแง่แม่งอน ฉากโรแมนติก กุ๊กกิ๊กน่ารัก ดุดิบเถื่อน ที่เขียนบทและกำกับโดยผู้กำกับ ตั้ว ศรัณยู วงษ์กระจ่าง


และวันนี้มีเบื้องหลังฉากโรแมนติกเล็กๆ อีโรติกเบาๆ มาให้ได้ติดตามชมกัน กับฉากที่อมาวสี(ขวัญ)ไปที่บ้านแก้วเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่บ้านหลังนี้จะตกเป็นของราช รัชภูมิ(อ๋อม)เพื่อเก็บภาพคุณย่าของพี่ภาคย์(อ๋อม)ไว้เพื่อรอวันที่ภาคย์กลับมา ขณะที่เธอกำลังปลดภาพลมา ราชเข้ามาพอดีกับที่อมาวสีกำลังร่วงหล่นลงมาทับบนตัวราชพร้อมกับภาพของคุณย่าพอดี ก่อนที่จะลุกขึ้นมามีปากเสียงกันและราชสั่งห้ามอมาวสีเก็บภาพไปเพราะเค้าได้ซื้อทุกอย่างที่อยู่ในบ้านหลังนี้ไว้หมดแล้ว และสัญญาจะเก็บภาพนี้ไว้ให้





กองถ่ายปักหลักถ่ายทำฉากนี้กันที่บ้านย่านบางนา ทั้งขวัญและอ๋อมอยู่ในชุดคาแรคเตอร์ของอมาวสีและราช ผู้กำกับเริ่มสั่งถ่ายทำตั้งแต่ที่นางเอกกำลังปีนป่ายบันไดขึ้นไปปลดภาพที่ค่อนข้างใหญ่ลงมา ซีนนี้เจาะถ่ายนางเอกตอนขึ้นไปปลดและล้มลงมาคนเดียวก่อนเลย ทางทีมงานต้องเตรียมเบาะไว้รองรับขวัญตอนปล่อยตัวหล่นลงมา ตอนซ้อมนางเอกของเรามีบ่นพึมพำเรื่องความสูงและความเสียวตอนทิ้งตัวหล่นลงมาให้ทีมกล้องเก็บภาพ แต่พอซ้อมจนมั่นใจ ถ่ายทำจริงขวัญก็ล้มร่วงทิ้งตัวสบาย ๆ ไป 5-6 รอบถึงจะผ่านมาถ่ายซีนต่อเนื่องด้านล่างที่ร่วงมาลงบนตัวพระเอกพอดิบพอดี



ผู้กำกับจัดหามุมเหมาะที่พื้นให้อ๋อมนอนลงและมีรูปที่หล่นมากองอยู่บนอกเรียบร้อย ให้นางเอกของเรานั่งรออยู่ตรงข้างตัวอ๋อม และตั้งกล้องให้จับภาพตอนขวัญล้มตัวลงมาทับบนอกอ๋อม และให้หน้าชนกันตาประสานตาใจประสานใจกันวิ้งวิ้งสักพักใหญ่เพื่อเก็บภาพทั้งแคบและกว้างจนกว่าผู้กำกับจะจุใจ และพระนางยังต้องเปลี่ยนย้ายมุมจากพื้นมานอนกันบนโต๊ะ และต้องย้ายแบบต่อเนื่องท่าที่นอนทับกันอยู่อย่างนั้นเพื่อมาตั้งกล้องด้านล่างโต๊ะเก็บภาพหน้าและสายตาของนางเอกและพระเอกเวลามองกัน งานนี้กล้องกะเจาะเก็บรายละเอียดสายตาอันวุ้งวิ้งฟรุ้งฟริ้งปิ๊งปั๊งให้มันทะลุออกมานอกจอให้ผู้ชมได้เห็นกันจะตาเลยทีเดียว




เป็นฉากเลิฟซีนที่ออกอากาศแบบสั้นแว๊ปเดียวแต่ใช้เวลาถ่ายทำนานมาก หลายคัทหลายเทคและหลายมุม ไม่มีจูบไม่มีหอมใดๆ แต่ใช้สายตาในการสื่อสารและท่าหล่นมาทับกันก็แนบแน่นอีโรติกสุดๆ พระนางต้องอยู่ท่านี้นานจนเขินกันใส่กันไปหลายรอบ เพราะต้องเก็บภาพแบบละเอียดทุกมุมกว่าจะผ่านฉากนี้ พระเอกก็มีแกล้งแซวโวยวายบ้างว่าน้องขวัญตัวหนักหายใจไม่ออกบ้างอะไรบ้างให้หายเขิน หรือจะยิ่งเขินกันหนักก็ไม่แน่ใจ




สายตาพระนาง "อ๋อม–ขวัญ" เค้าจะหวานเชื่อมวิ้งทะลุจอมากมั๊ย ท่าหล่นมาทับกันจะอีโรติกขนาดไหน ติดตามชมฉากนี้ได้ในละคร "หัวใจเถื่อน" คืนวันพุธที่ 2 กรกฎาคมนี้ เวลา 20.20 น. ทางช่อง 7



============================================







ปลื้มกระแสคนเกลียด เคท


ยิ่งเล่น ยิ่งร้าย และยิ่งดูคนยิ่งเกลียด สำหรับสาว นาตาลี เจียรวนนท์ ในบทของ "กนกรัตน์" หรือ "เคท" ในละครเรื่อง"เสน่หาสัญญาแค้น" ของค่ายโพลีพลัส ที่กำลังเข้มข้น ใกล้อวสานแล้ว





โดยนาตาลี เปิดใจถึงผลตอบรับของละครเรื่องนี้ให้ฟังว่า "กระแสตอบรับเร็วมากเลยครับ ลีไม่คิดว่าผลตอบรับจะเร็วขนาดนี้ ลีไปไหนเจอใครจะบอกว่าเล่นร้ายจังนะ เล่นแล้วน่าหมั่นไส้มาก เลวจริงๆ อีเคทนี่ เรียกอย่างนี้เลย บอกเกลียดอีเคทนัก ร้ายมาก แล้วไม่น่าเชื่อว่าตอนที่ออกอากาศ แล้วมีการเล่นไลน์ เล่นไอจีกันในละคร ปรากฏว่ามีคนมาตามไอจีของเคทกันเยอะมาก จาก 600 กลายเป็นหมื่นกว่า แล้วก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ คือคนดูมาเล่นไอจีของตัวละครในเรื่องเสน่หาสัญญาแค้น อย่างมิ้ลค์ที่มะปรางค์เล่นคนก็ไปตามไอจีมิ้ลค์เหมือนกัน แล้วก็มาแสดงความคิดเห็นต่างๆ นานา ชอบไม่ชอบตัวละคร จิกว่าเคทด้วย ก็เป็นอะไรที่เซอร์ไพรส์มากเลยค่ะ เป็นละครเรื่องแรกตั้งแต่ลีแสดงมาที่มากระแสดีแบบนี้




ซึ่งตอนรับเล่นก็ห่วงๆ เกร็งๆ เหมือนกันเพราะเป็นการพลิกบทมาเล่นร้ายมากๆเครียดมากด้วยค่ะ ตอนเล่นแรกๆ แต่พอแสดงไปสักพักก็เริ่มชิน ตอนนี้ก็ดีใจค่ะ ที่คนดูเกลียดเคท แสดงว่าการแสดงของลีก็โอเคเหมือนกันนะคะ ก็ดีใจค่ะ อยากให้ติดตามชมละครกันไปเรื่อยๆ ใกล้จะจบแล้วด้วย รับรองตอนจบบทเคทพีคมากเลยค่ะ อยากให้ติดตามเป็นกำลังใจด้วยนะคะ”





ติดตามชมบทบาทของสาว นาตาลี เจียรวนนท์ ในละคร "เสน่หาสัญญาแค้น" ได้ทุกวันพุธ-พฤหัส เวลา 20.15 น.ทางช่อง 3


==========================================





เรื่องย่อ เรือนริษยา ตอนที่ 12


ทิพย์คิดแผนกำจัด ฤทัย ไม้ เดือน ได้ในคราวเดียว เธอแอบเขียนจดหมายบอกให้ฤทัยไปดูไม้ที่กำลังจะหนีไปกับเดือน ด้วยความหึงหวง ฤทัยจึงพกปืนไปด้วย ฤทัยแค้นใจที่เดือนแย่งคนรักไปจากตน จึงยิงเดือนตาย เมื่อรณฤทธิ์กับกิ๊บได้ยินเสียงจึงวิ่งมาดู รณต่อสู้กับไม้ ฤทัยแค้น จึงยิงไม้ แต่พลาดไปโดนรณฤทธิ์ เสียชีวิต ฤทัยแทบคลั่ง จึงยิงไม้ตายตามไปอีกคน ฤทัยถูกจับในที่สุด กิ๊บต้องสูญเสียแม่และพี่ชายไปในเวลาเดียวกัน


ทิพย์บอกกับนันว่าเป็นหนี้ถึงสองล้านบาท นันจึงให้เงินทิพย์ไปใช้หนี้ โดยทิพย์ได้นำเงินไปให้สมุทรชัย และไกรภัทร กฤตตามสืบจนรู้ เริ่มระแวงทิพย์มากขึ้น ทิพย์ฆ่าศรี คนรับใช้นันตายไปอีกคน แล้วบอกกับนันว่าศรีลาไปต่างจังหวัด นันเริ่มระแวงว่าศรีจะโดนฆ่าเหมือนกับชิดไปอีกคน


ดู เรือนริษยา ตอนที่ 12





ติดตามชม ทีวีออนไลน์ ดูทีวี ดูทีวีออนไลน์ ช่อง 3 ช่อง 5 ช่อง 7 ช่อง 9 

เพิ่มเติมได้ที่

Share

Twitter Delicious Facebook Digg Stumbleupon Favorites