แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การเมือง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การเมือง แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2557

กระหน่ำยิงบ้าน “ชวน หลีกภัย“ คาดปมการเมือง

‘บิ๊กแจ๊ด’ รุดสอบคดีโจ๋ยิง-ฟันคาหมอชิต ตายเพิ่ม 6 ศพ เผยภาพนาทีโหด
นำเสนอข่าวโดยทีมงาน Sanook.com
จากกรณีเหตุกลุ่มวัยรุ่นทะเลาะวิวาทมีการใช้อาวุธปืนยิงถล่มกันภายในอาคารขนส่งหมอชิต บริเวณจุดรับส่งผู้โดยสารขาเข้า สถานีขนส่งหมอชิต แขวงและเขตจตุจักร กรุงเทพฯ จากการสอบสวนพบว่าเป็นการทะเลากันของกลุ่มวัยรุ่นย่านชุมชนกม.11 กับกลุ่มวัยรุ่นที่ทำงานรับจ้างคุมวินรถตู้เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก เหตุเกิดหลังฉลองเคาท์ดาวน์เข้าสู่ปีใหม่วันที่ 1 ม.ค. ท้องที่สน.บางซื่อ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 2 ม.ค. ที่สน.บางซื่อ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น.เดินทางมาร่วมประชุมคลี่คลายคดี โดยมี พ.ต.อ.เจริญ ศรีศศลักษณ์ รองผบก.น.2 พ.ต.อ.สุนทร คงกล่ำ ผกก.สน.บางซื่อ พ.ต.ท.วาสุเทพ คงกล่อม รองผกก.สส.สน.บางซื่อ พ.ต.ท.สิทธิชัย ธัญญาบาล สว.สส.สน.บางซื่อ และฝ่ายสืบสวน เข้าร่วมประชุมใช้เวลาประชุม 30 นาที
พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าวว่า สำหรับคดีดังกล่าว จากการตรวจสอบพบว่า กลุ่มวัยรุ่นย่าน กม.11 มีการเตรียมการและวางแผนเป็นอย่างดี เมื่อมาถึงและพบหน้ากลุ่มคู่กรณีก็ล็อกคอแล้วยิงทันที เชื่อว่ามีการใช้อาวุธปืนอย่างน้อย 4 กระบอก เพราะพบปลอกกระสุนตกในที่เกิดเหตุเป็นจำนวนมาก โดยวันนี้ตนได้ให้ทางพนักงานสอบสวนนำหลักฐานจากภาพวงจรปิดและการให้ปากคำของพยานที่เห็นเหตุการณ์ไปขออำนาจศาลอนุมติออกหมายจับผู้ต้องหาแล้ว 3 คน เป็นฝ่ายวัยรุ่น กม.11 ทั้งหมด และหากพบว่ามีพยานหลักฐานเชื่อมโยงถึงใครที่ร่วมก่อเหตุก็จะไปขออำนาจศาลออกหมายจับเพิ่มอีก สำหรับมูลเหตุคดีนี้ เชื่อว่าเป็นความขัดแย้งระหว่างสองฝ่ายที่มีปัญหาคุกรุ่นกระทบกระทั่งกันมานาน
จากนั้น พล.ต.ท.คำรณวิทย์ พร้อมชุดคลี่คลายคดีได้เดินทางไปตรวจที่เกิดเหตุภายในสถานีขนส่งหมอชิต 2 อีกครั้งโดย พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าวว่า การมาตรวจที่เกิดเหตุครั้งนี้เนื่องจากอยากเห็นที่เกิดเหตุจริง และเชื่อว่าจุดเกิดเหตุน่าจะมีพยานที่เห็นเหตุการณ์เป็นจำนวนมาก ตนได้เน้นย้ำให้ตำรวจลงมาตรวจจุดเกิดเหตุในช่วงเวลาจริงอีกครั้งเพื่อดูเรื่องแสงไฟว่ามีความสว่างเพียงพอหรือไม่และจะต้องไล่สอบปากคำพยานทั้งหมดเพื่อหาข้อเท็จจริงทั้งหมดต่อไป
ด้านนางจรินทร์ บัวคลี่ อายุ 50 ปี พี่สาวของนายชิดชัย ชมพูเจริญ อายุ 42 ปี ที่พักอาศัยในชุมชนกม.11 เดินทางมาให้ปากคำกับทางตำรวจ โดยนางจรินทร์ กล่าวว่า วันเกิดเหตุตนมาทราบข่าวตอนหลังปีใหม่ โดยได้สวดมนต์ข้ามปีอยู่ และมีคนโทรศัพท์มาบอก ยอมรับว่าเสียใจมาก ทางนายชิดชัยดูแลลูกสาวอายุ 14 ปี ของตนอยู่ ปกตินายชิดชัยจะไม่ค่อยมีเรื่องกับใคร แต่สภาพศพของน้องชายถูกฟันที่หัวหลายแห่ง จึงขอความเป็นธรรมจากสื่อมวลชนด้วย หลังมีข่าวว่าวัยรุ่นฝั่งกม.11 เป็นฝ่ายหาเรื่องก่อน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวเพิ่มอีก 1 คน รวมทั้งหมดเป็น 6 คน ทราบชื่อคือ นายสุรนันท์ จันทรคาด อายุ 23 ปี เป็นวัยรุ่นฝ่ายหมอชิต ส่วนผู้บาดเจ็บอีก 6 คน ที่รักษาตัวอยู่ หนึ่งในนั้นมีอาการสาหัสด้วย
ต่อมาเมื่อเวลา 13.00 น. วันเดียวกัน พล.ต.อ.เอก อังสนานท์ รองผบ.ตร. เดินทางมาตรวจที่เกิดเหตุ ก่อนเข้าไปตรวจสอบกล้องซีซีทีวีของทางสถานีขนส่งหมอชิตที่สามารถบันทึกเหตุการณ์ไว้ได้
พล.ต.อ.เอก กล่าวว่า กรณีดังกล่าวเป็นคดีอุกอาจสะเทือนขวัญสาเหตุมาจากเรื่องทะเลาะวิวาท ซึ่ง พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. มอบหมายให้ตนมาดูแลคดีนี้ เบื้องต้นทาง พล.ต.ต.สุรนิตย์ พรหมบุตร ผบก.น.2 ได้มอบหมายให้ พ.ต.อ.เจริญ ศรีศศลักษณ์ รองผบก.น.2 เป็นหัวหน้าชุดทำงานคลี่คลายคดีนี้ และตนขอขอบคุณทาง บขส.ที่ช่วยอำนวยความสะดวกเรื่องกล้องวงจรปิด ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีเป็นอย่างมาก
ส่วนคดีนี้สาเหตุมาจากเรื่องส่วนตัว เป็นการขัดแย้งตกลงปัญหากันไม่ได้จึงลุกลามไปสู่ความรุนแรง ตนขอประชาสัมพันธ์ไปยังประชาชนท่านใดที่รู้เบาะแสหรือที่เห็นภาพวงจรปิดจากสื่อมวลชนแล้วมีข้อมูลให้แจ้งมาได้ที่ สน.บางซื่อและผบก.น.2 และจากนี้ ทางตำรวจจะได้หารือเรื่องความปลอดภัยกับทางบขส.ให้ตำรวจเข้าไปมีส่วนร่วมในการดูแลป้องกันและป้องปรามเหตุด้วย

ติดตามข่าวสารต่างๆ ได้ที่นี่ http://tv.sanook.com/

วันพฤหัสบดีที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2556

สุเทพ นัดม็อบ 19 ธ.ค. เดินทั่วกรุงไล่ยิ่งลักษณ์

สุเทพ นัดม็อบ 19 ธ.ค. เดินทั่วกรุงไล่ยิ่งลักษณ์
(18 ธ.ค.) เมื่อเวลาประมาณ 20.20 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ขึ้นเวทีปราศัยที่เวทีราชดำเนิน ระบุว่าภารกิจในวันพรุ่งนี้ (19 ธ.ค. 56) เวลา 09.00 น. เริ่มเดินขบวนจากราชดำเนินเพื่อเชิญชวนชาว กทม.ออกมาร่วมเดินขบวนขับไล่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี ออกจากตำแหน่ง โดยให้กลุ่ม คปท.เดินนำขบวน ตามด้วยกองทัพธรรมกองทัพประชาชน และปิดท้ายขบวนด้วยผู้ชุมนุมจากราชดำเนิน ซึ่งนายสุเทพ จะเป็นผู้เดินนำกลุ่มราชดำเนินเอง
ทั้งนี้ เลขธิการ กปปส. ประกาศว่าวันที่ 22 ธ.ค.นี้ ระดมใหญ่พี่น้องทั้งประเทศ จากทุกภาคส่วนลุกขึ้นรวมกันแสดงพลังไล่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ออกจากตำแหน่งรักษาการนายกรัฐมนตรี โดยตั้งเวทีย่อยตามจุดต่างๆ ได้แก่ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ แยกราชเทวี ปทุมวัน สามย่าน สวนลุมพินี สยาม ราชประสงค์ เพลินจิตและอโศก นอกจากนี้มีการตั้งจอถ่ายทอดสดที่แยกราชประสงค์และปทุมวันด้วย ซึ่งจะเริ่มแสดงพลังประชาชนในเวลา 13.00 น. และสิ้นสุดเวลา 18.00 น.
อย่างไรก็ตาม เลขธิการ กปปส. ระบุว่า พื้นที่ชุมนุมในวันที่ 22 ธ.ค. 56 มีพื้นที่ทั้งสิ้น 577,194 ตร.ม. ซึ่งสามารถจุผู้ชุมนุมได้ 3 คน/ตร.ม. รวม 1,731,582 คน แต่ถ้าหากผู้ชุมนุมเบียดกัน 4 คน/ตร.ม. จะได้ทั้งสิ้น 2,308,776 คน
นอกจากนี้ นายสุเทพ ยังได้เปิดเผยถึงการพูดคุยกับตัวแทนองค์กรระหว่างประเทศว่า มีการอธิบายถึงการชุมนุมว่าเป็นการต่อสู้เพื่อประเทศชาติของประชาชนและไม่ได้ต่อต้านการเลือกตั้ง แต่เพราะไม่ต้องการเลือกตั้งที่มีการซื้อเสียงและไม่บริสุทธิ์โปร่งใส ดังนั้นจึงต้องการให้มีการปฏิรูปประเทศก่อน ส่วนกรณีการเข้าร่วมเวทีเสวนาที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง ได้มีการกล่าวถึงเหตุการณ์ลอบยิงนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง ที่ไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดดูแลรักษาความปลอดภัย มีเพียงเจ้าหน้าที่ทหารเท่านั้น ที่คอยช่วยเหลือนักศึกษา

ขอบคุณทีมงานจาก sanook
และที่มา http://tv.sanook.com/
เรียบเรียงบทความโดย ดูทีวีออนไลน์

วันอังคารที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2556

“เทือก“ ขอยืดเวลา 1 ปีครึ่ง ปฏิรูปกฎหมายไทย 5 ข้อ

“สุเทพ“ ขอเวลา 1 ปีครึ่ง ปฏิรูปกฎหมาย 5 เรื่อง
แกนนำ กปปส.ขอเวลา 1 ปีครึ่ง เพื่อปฏิรูปกฏหมายอย่างน้อย 5 เรื่อง 1 ในจำนวนนั้นคือปฏิรูปกระบวนการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จ แล้วค่อยกลับเข้าสู่กระบวนการเลือกตั้ง พร้อมกับยืนยันว่าจะดำเนินการทุกอย่าง เพื่อไม่ให้การเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ. 57เกิดขึ้น
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือ กปปส.ปราศรัยเมื่อเวลา 22.00 น.ที่ผ่านมา ว่ารัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ใช้งบประมาณของประเทศ จัดให้ให้มีการประชุม เสวนา หลายเวทีทั่วประเทศ เพื่อลดความน่าเชื่อถือการเคลื่อนไหวของ กปปส. โดยเฉพาะกล่าวหาว่าการปฏิรูปตามแนวทาง กปปส.ไม่สามารถทำได้ในเวลาอันสั้น
นายสุเทพ ระบุว่า กปปส.ขอเวลา 1 ปี หรือไม่เกิน 1 ปีครึ่ง เพื่อปฏิรูปใน 5 เรื่อง ดังนี้
1.ปฏิรูปกระบวนการเลือกตั้ง ให้เป็นการเลือกตั้งโดยบริสุทธิ์ ยุติธรรม โดยการแก้กฎหมายเลือกตั้ง กฏหมายพรรคการเมือง และกฏหมายคณะกรรมการเลือกตั้ง
2.ปฏิรูปกฏหมายการป้องกันการทุจริตคอร์รัปชั่น เช่น คดีคอร์รัปชั่นต้องไม่มีอายุความ และให้ประชาชนเป็นผู้เสียหาย สามารถนำคดีขึ้นสู่ศาลได้
3.คืนอำนาจให้ประชาชน ให้ประชาชนเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด และให้ประชาชนสามารถตรวจสอบนักการเมืองและข้าราชการได้กว้างขวางมากขึ้น
4.แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคม ทำให้คนจนมีโอกาสในสังคม ไม่ใช่ใช้นโยบายประชานิยม
5.ปรับโครงสร้างตำรวจ ให้ตำรวจอยู่ภายใต้คณะกรรมการตำรวจ ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน
นายสุเทพยืนยันว่า ทั้ง 5 เรื่อง สามารถดำเนินการได้ภายในเวลา 1 ปี หรือไม่เกิน 1 ปีครึ่ง เมื่อปฏิรูปทั้ง 5 เรื่อง แล้วค่อยกลับเข้าสู่กระบวนการเลือกตั้ง
นายสุเทพยังยืนยันด้วยว่าจะดำเนินการทุกอย่าง เพื่อไม่ให้การเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ.57 เกิดขึ้น เพราะไม่มีประโยชน์ใด ๆ กับสังคมไทย
ก่อนหน้านี้นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย 1 ในแกนนำ กปปส.ปราศรัยว่าในวันพรุงนี้ กปปส. จะส่งตัวแทนไปหารือกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง กรือ กกต.ในเรื่องการเลื่อนการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.57 เพื่อให้มีการปฏิรูปก่อนว่า สามารถทำได้หรือไม่ ซึ่งตอนนี้ กกต.ตอบรับแล้ว
นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษก กปปส.เปิดเผยว่า ได้ทำหนังสือแจ้งไปยังสถานทูตต่าง ๆ เพื่อเปิดโอกาสให้เข้าสังเกตการณ์ในวันพุธที่ 18 ธ.ค.นี้ เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจถึงการชุมนุม และเปิดโอกาสให้ซักถามแกนนำอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ ย้ำว่า กปปส.ไม่มีแนวคิดบุกยึดสถานทูต แต่ต้องการสร้างความสัมพันธ์อันดี พร้อมย้ำให้ประชาชนเตรียมตัวรอฟังสัญญาณจากนายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำ กปปส. ที่จะนัดชุมนุมใหญ่อีกครั้ง เพื่อรณรงค์ให้เกิดการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง67

เรียบเรียงโดยทีมงาน sanook
เกาะติดกระแส ข่าวสารบ้านเมือง การเมือง ผ่าน ดูทีวีออนไลน์ ได้ที่นี่ http://tv.sanook.com/ 

Share

Twitter Delicious Facebook Digg Stumbleupon Favorites